12 DESIGNERS that Changed the world

March 17, 2018

 

 

                 Fashion Designer ที่ดี...ไม่ใช่เพียงแค่เป็นคนออกแบบเสื้อผ้า เค้าควรจะเปลี่ยนโลกแฟชั่นให้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ เพื่อสร้างคำนิยามให้กับการแต่งกาย และสร้างสิ่งใหม่ให้โลกจดจำ .....

         

       เมื่อเราเริ่มสนใจการออกแบบเสื้อผ้า ความรู้ติดตัวที่เราควรจะมีก็คือ แบรนด์นี้มีเอกลักษณ์อย่างไร มีประวัติ         ความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ ใครเป็นดีไซเนอร์ อย่างน้อยๆก็ควรรู้ว่าแบรนด์นี้เป็นของประเทศอะไร จะได้รู้ว่าไปประเทศไหน ซื้อของแบรนด์ที่ไหนราคาถูก 5555

               

          วันนี้  JAMMER จะรวบรวมที่มาที่ไป ของ Designer  ผู้ก่อตั้งแบรนด์ต่างๆทั้ง Hi end brandname รวมไปถึง Hi street brandname ที่เราๆคุ้นหูคุ้นตา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับ ทุกคนที่มีไฟและมีความฝัน...

 

 

 

YVES SAINT LAURENT  

FRANCE

เอกลักษณ์แบรนด์ : ประยุกต์ความคลาสสิคอย่างชาญฉลาด

https://www.ysl.com/us

 

             ก่อนจะมาเป็นดีไซเนอร์ ที่แต่งตัวเนี๊ยบกริบตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เค้าคนนี้ "อีฟ แชงค์ โลรองต์" สาวๆในยุค 70s ขนานนามว่าเค้าคือ "ขุ่นแม่แห่งวงการแฟชั่น" กันเลยทีเดียว เค้าเริ่มทำงานให้กับห้องเสื้อ Dior ตอนอายุ 20 ปี จนเค้าได้เป็นผู้สืบทอดการออกแบบให้กับ Dior และในที่สุดเค้าก็ได้เป็นดีไซเนอร์ แนวหน้าของประเทศ จนกระทั่งเค้าก่อตั้งแบรนด์ระดับโลก "Saint Laurent" ด้วยเพียงอายุ 25 ปี  เท่านั้น!!!!

 

 

 

 

MARIMEKKO

FINLAND

เอกลัษณ์แบรนด์ : Timeless เหนือกาลเวลา งานแต่ละชิ้นไม่มียุคสมัย ไม่ตามเทรนด์ เน้นความคลาสสิคใช้ได้นาน

https://www.marimekko.com/com_en/

 

        แบรนด์นี้ถึงจะมาฮิตอย่างถล่มทลายในช่วงหลังนี้ แต่รู้ไหมว่า "Armi Ratia" ใช้เส้นทางการสร้างแบรนด์นานกว่า 60 ปี ตั้งแต่ยุคสงครามกันเลยทีเดียว ด้วยสภาวะที่หดหู่ เธอใช้ปรัชญา "Design is inspried by beautyful everyday life" ทำให้ชาวฟินแลนด์ที่สิ้นหวังจากยุคสงครามกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทุกวันนี้ลายพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์  "Uniki" (อูนิโกะ) หรือดอกป๊อปปี้ โดยดีไซเนอร์ มือหนึ่งอย่าง Maija Isola ที่ต่อสู้และขัดคำสั่งของ Armi Ratia ว่า Marimekko จะไม่มีวันทำลายผ้า ลายดอกไม้ เพราะดอกไม้นั้นอยู่ตามธรรมชาติก็สวยอยู่แล้ว ไม่ควรถูกลดทอน (โดนไล่ออกแน่ๆ5555) แต่มันกลับตรงกันข้าม เมื่อ Armi Ratia เห็นลายผ้ากลับสั่งผลิตลายดอกอูมิโกะทันที ตั้งแต่ตอนนั้น ลายอูนิโกะเป็นลายพิมพ์คู่บุญของแบรนด์มาครึ่งศตวรรษแล้ว

 

 

BALENCIAGA

SPAIN(1919) - PARIS(1937)

เอกลักษณ์แบรนด์ : ผสมผสานงานศิลปะ หรูหราในแบบงานอาร์ตสมัยใหม่

https://www.balenciaga.com/th

 

          Cristóbal Balenciaga นักออกแบบสัญชาติสเปน เริ่มจากเป็นผู้ช่วยห้องเสื้อผ้าเก๋ๆของชนชั้นสูงในย่านพักตากอากาศ balenciaga เริ่มต้นขึ้นในปี 1919 - 1931  ที่สเปน ด้วยสภาพสังคมที่ย่ำแย่ประกอบกับสงครามกลางเมืองในประเทศ เค้าตัดสินใจปิดสาขาและได้มาเปิดบูติกใหม่ในปารีส ในปี 1937 งานออกแบบของเค้าได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปะเรื่องราวการแต่งกายของผู้คนในประวัติศาสตร์สเปน บันทึกกล่าวว่าเค้าเป็นคนเคร่งศาสนา  เค้ามักจะแวะไปสวดมนต์เสมอ เลยไม่แปลกที่เราจะเห็นงานของเค้าได้รับอิทธิพลมาจากทวยเทพ เซนต์นักบุญตามสไตล์ศตวรรษที่ 17 นอกจากนี้ สไตล์ศิลปะแบบเหนือจริงอย่าง Surrealism ก็เป็นอีก 1 ที่เค้าหยิบยกมาใช้เช่นกัน ก่อนที่เค้าจะมาโด่งดังด้วยกระเป๋า เค้าเปิดความโด่งดังเค้ามาจากเสื้อผ้า ที่สามารถสร้างรูปทรงเสื้อผ้าขนาดใหญ่ ที่ดูซับซ้อน แต่เมื่อมองด้วยตาเปล่ากลับให้ความรู้สึกเรียบง่ายอย่างสูงสุด รวมทั้งใส่สบาย และปราศจากโครงสร้างภายในที่เทอะทะ สิ่งที่ทำให้เค้าโด่งดังที่สุด คือ ชุดแต่งงานผ้าไหมทรงโคน ในปี 1967 ที่แม้ชุดจะดูเรียบง่าย แต่กลับสลับซับซ้อน และไม่เรียบง่ายเหมือนที่ตาเห็น

 

 

RALPH LAUREN l POLO RALPH LAUREN

LA

เอกลักษณ์แบรนด์ : -

https://www.ralphlauren.com/

 

 

            มันยากมากว่าจะบอกว่าเอกลักษณ์ของ RALPH LAUREN นั้นเป็นอย่างไรเพราะ Ralph Rueben  ได้สร้างอาณาจักรแฟชั่นที่เพรียบพร้อมสำหรับ ผู้ชายทุกคน ฉะนั้นเค้าเหมือนมีหน้าที่ปรุงแต่งฝันของหนุ่มๆให้กลายเป็นจริง เค้าเป็นเพียงเด็กผู้ชายยากจนคนนึงที่แต่งตัวไม่เหมือนเพื่อนในวัยเดียวกัน เค้าต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยเพราะเงินไม่พอที่จะจ่ายค่าเทอม แต่ชีวิตโลกแฟชั่นเค้าก็เริ่มขึ้นเมื่อเค้าไปเป็นพนักงาน ร้านขายเสื้อเล็กๆแห่งหนึ่งเพียงแต่เค้ามีรสนิยมที่ดีด้วยความช่างสังเกตุ และเค้ารู้ว่าเนคไททรงกว้างสไตล์ยุโรปกำลังจะมา  เค้าตัดสินใจลาออกและตั้งบริษัทเป็นของตนเองโดยมี โต๊ะและจักรเก่าๆตัวนึง โดยเลือกผ้าที่เค้าถูกใจ เค้าโดนปฎิเสธ จนในที่สุด Buyer เจ้านึงสนใจเนคไทของเค้าละได้นำไปวางขายในห้าง ยอดขายกลับถล่มทลาย เค้าไม่เคยปฎิเสธว่า ทำไม่ทันแม้แต่ครั้งเดียว หลังจากเนคไทเป็นที่รู้จักในตลาดเค้าเริ่มขยายกิจการมาสู่เสื้อผ้าผู้ชาย-ผู้หญิง เมื่อมีคนถามถึงความสำเร็จเค้าจะตอบสั้นๆว่า "I don't design clothes,I design dreams"

 

 

MARC JACOBS

USA

เอกลักษณ์แบรนด์ : หรูหรา การออกแบบสไตล์วินเทจที่ล้ำสมัย

https://www.marcjacobs.com/

 

         Marc Jacobs เค้าคือคนที่ฉีกกฎเกณฑ์แฟชั่นบุรุษชาย เค้าคือนักออกแบบที่ทำให้กรันจ์แฟชั่นหนุ่มผมยาว ที่นิยมในยุค 90s ถ้าคุณเริ่มเห็นผู้ชายใส่กระโปรง+รองเท้าบู๊ตออกจากบ้านเมื่อไหร่ รู้ได้เลยมาจากเค้าคนนี้ เส้นทางนักออกแบบของเค้าอาจจะดูเรียบง่ายกว่าคนอื่นแต่งานออกแบบของเค้าไม่ง่ายเลย 5555 เค้าเริ่มสนใจงานออกแบบจากเสื้อผ้าของคุณย่า ในปี 1987 เค้าเป็นนักออกแบบอายุน้อยที่สุดที่เคยได้รับรางวัลสูงที่สุดของอุตฯบรรณาการแฟชั่น  และในปี 1992 ได้รางวัลนักออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิงยอดเยี่ยม และได้มีโอกาสเป็นคนเริ่มต้น สินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้กับ louis vuitton และได้เริ่มทำแบรนด์ Marc Jacobs ของตัวเองในปี 1993 ที่ได้รับอิทธิพลจากแฟชั่น ยุค 70s และก็ได้รางวัล Woman's Wear Designer of the Year มาครองเช่นเคย กวาดมันทุกรางวัลสินะ!!5555

 

 

CHANEL

PARIS FRANCE

เอกลักษณ์แบรนด์ : เรียบง่ายแต่ทรงพลัง แฟชั่นที่เข้าถึงผู้หญิงทุกคน

http://www.chanel.com/en_US/

        COCO CHANEL หญิงสาวผู้ปลดปล่อย ผู้หญิงจากคอร์เซตที่รัดตึงจนแทบจะหายใจไม่ออก รวมไปถึงกระโปรงอันฟู่ฟ่องดั่งสุ่มไก่!!! ผู้ปฏิวัติโลกแห่งแฟชั่นของหญิงสาว เธอสร้างกฎอันแสนเรียบง่ายแต่ทรงพลังแต่สามารถเข้าถึงผู้หญิงทุกคน อาจจะพูดได้ว่าสไตล์ที่เธอทำนั้นช่าง เก๋ เท่ สตรอง และทรนงที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่นเลยทีเดียว ตำนานแฟชั่น 109 ปี เธอเป็นเด็กกำพร้าจนสุดท้ายได้มาเป็นภรรยาลับๆของมหาเศรษฐีธุรกิจสิ่งทอ เธอเริ่มทำหมวก และได้เปิดร้านของตัวเองเป็นครั้งแรก ในปี 1910 จนเป็นที่โด่งดังและได้เข้าฉากในหนังสองเรื่องด้วยกัน ด้วยรูปร่างเธอเหมือนผู้ชาย ตัวเล็กผอมไม่มีส่วนโค้งเว้า เธอคิดว่าควรใส่เสื้อผ้าให้เข้ากับสรีระตัวเอง อย่างที่รู้แฟชั่นยุคนั้นรัดด้วยคอร์เซต กระโปรงบานสุ่ม เพื่อให้ดูเป็น faminine มากที่สุดแต่อย่าลืมมันค่อนข้างที่จะทรมานเลยทีเดียว เธอจึงดีไซน์เสื้อผ้าที่สวมใส่สบายโดยเน้นโทน ขาว/ดำ/เทา ส่วนหนึ่งเชื่อว่า inspire มาจากการแต่งกายของแม่ชีสมัยเธอออยู่บ้านกำพร้า ที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ในปี 1926 ทำให้ผู้หญิงได้รู้จักกับ "Little Black Dress" เดรสทรงยาวประเข่าที่เผยให้เห็นข้อเท้าผู้หญิงครั้งแรก เป็น iconic style  เป็นดีไซน์ที่เปลี่ยนผ่านยุคแฟชั่นของผู้หญิงไปตลอดกาล

 

 

ISSEY  MIYAKE

JAPAN

เอกลักษณ์แบรนด์ : Joy of life เน้นความสัมพันธ์ด้วยนวัตกรรมอันทันสมัย ระหว่างร่างกายและเนื้อผ้า เพื่อความสะดวกสะบายในการสวมใส่ ตอบโจทย์ด้านการใช้งาน

https://www.isseymiyake.com/en/

 

       Mr.Issey Miyake เค้าจบด้านการออกแบบกราฟฟิกมาจาก มหาวิทยาลัยทามะ อาร์ต ยูนิเวอร์ซิตี้ กรุงโตเกียว และเค้าได้ไปศึกษาสถาบันออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงที่ฝรั่งเศส และได้เริ่มเป็นผู้ช่วย Designer ที่ Guy laroche และย้ายไปอยู่กับ Givency และเดินทางกลับโตเกียว ในปี 1970 issey miyake ใช้เวลาเดินทาง มาเกือบ 40 ปี เค้าได้ครีเอท items มาหลายหลากชิ้นรวมถึงผ้าพลีท อันโด่งดัง รวมถึงไอเดียการผลิตผ้าสไตล์ a-poc (ผ้าผืนเดียวใส่ได้เลย โครงสร้างทรงกระบอก ไร้ตะเข็บ ราคาเข้าถึงได้) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของนวัตกรรมความล้ำอันเป็นเอกลัษณ์ ของแบรนด์เลยทีเดียว ส่วนกระเป๋าที่ฮิตมากในหมู่วัยรุ่น baobao นั้น ได้แรงบันดาลใจจาก Origami หรือการพับกระดาษเป็นสิ่งของต่าง โดยวางโครงแบบจาก 2 มิติสู่งาน 3 มิติ งานมันมีที่มา ถืออย่างเดียวไม่เก๋ ต้องรู้ที่มาด้วยถึงจะคูลลลลล 5555

 

 

SUPREME

NEW YORK

เอกลักษณ์แบรนด์ : ความเท่ ครีเอทีฟ ความคิดนอกกรอบ ความขบถนิดๆ เป็นตัวของตัวเอง

http://www.supremenewyork.com/

                                                           

 ในยุคปัจจุบัน Supreme ได้รับการยกย่องจากสื่อหลายสำนัก ว่าเป็น "Chanel แห่งวงการ streetwear"ความยิ่งใหญ่ของแบรนด์เค้าไม่ได้สร้าง ภายในเวลาแค่แป็บเดียว เค้าใช้เวลาถึง 20 ปี "Jame Jebbia" เค้าเปิดแผงขายเสื้อผ้ากระเป๋า vintage ควบคู่กับเป็นพนักงานร้านเสื้อผ้า หลังจากนั้นเค้าเริ่มอิ่มตัวและออกมาเปิดร้านโดยการเอาเสื้อแบรนด์ต่างๆจากอังกฤษมาขาย จนกระทั่งเค้าไปเจอทำเล ที่ค่อนข้างเงียบ ใช่!!!ค่อนข้างเงียบ ซึ่งไม่น่าเหมาะแก่การลงทุนเสียเลย แต่เค้ากลับคิดว่า เป็นที่ ที่เหมาะต่อเหล่านัก skater มาเล่นหรือนัดพบกัน Jame Jebbia  จึงมีไอเดียที่จะสร้างร้านเสื้อผ้าให้กับเหล่า skater ขึ้นมาในทันที ทำไมหนะหรอ ก็เพราะว่าแม้จะมีสินค้าเกี่ยวกับสเกตบอร์ดที่มีคุณภาพมากมาย แต่กลับไม่มีเสื้อผ้าที่เนื้อดี ดีไซน์เท่ๆ แบบที่เค้าเห็นในแมกกาซีนนะสิ แค่คิดให้ต่าง กับมองให้เห็นปัญหา ทุกอย่างก็ไม่ไกลเกินเอื้อมมม

 

 

HERMES

PARIS

เอกลักษณ์แบรนด์ : คลาสสิค รักษากระบวนการผลิตสินค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพของการผลิต

https://www.hermes.com/us/en/ 

        แบรนด์เนม ที่มีอายุเยอะที่สุด ก็คือ HERMES 170 ปี ใช่!!! ฟังไม่ผิด 170 ปี มาแล้วจริงๆนะ เรียกว่ารุ่นสู่รุ่นแต่ยังคงมาตรฐานงานฝีมือ (Craffmanship) ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ในปี 1837 Thierry Hermes  ได้เริ่มจากการทำอานม้า ในปารีสก่อนที่ Louis Vuitton จะก่อตั้งเป็นเวลา 17 ปี เริ่มแรก HERMES เป็นที่รู้จักในฐานะชนชั้นสูง โดยได้รับมอบหมายให้ทำอานม้าให้กับจักรพรรดิ์ นโปเลียนที่ 3 และในงาน Expo ปี 1867 ได้ทำรองเท้าแตะมาโชว์และได้รับรางวัล เหรียญเงิน ทำให้มูลค่าของ HERMES สูงขึ้นในทันที   

- ปี 1892 ได้เปิดตัวกระเป๋ารุ่น Haut à Courroies ภายหลังคือรุ่น Birkin ที่ผู้หญิงทั่วโลกปรารถนานั่นเอง 

- ปี 1935 ได้เปิดตัวกระเป๋าถือรุ่น Haut à Courroies ที่ชื่อ Sac Haut a Courroie ซึ่งเป็นกระเป๋าที่พระราชินี เกรซ (อดีตนักแสดง Grace Kelly) แห่งโมนาโค ซึ่งเอามาบังหน้าท้อง ขณะที่ถูกถ่ายภาพ ตั้งแต่นั้นกระเป๋ารุ่นนี้จึงถูกเรียกว่า Kelly Bag

 

 

 

YOHJI YAMAMOTO

JAPAN

เอกลักษณ์แบรนด์ : Black Tone & OVER SIZE

http://www.yohjiyamamoto.co.jp/

          YOHJI YAMAMOTO เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชีวิตวัยเด็กเขาได้ยินแต่เสียงระเบิด และความมืดมนของคนในยุคนั้น พ่อเค้าเสียตั้งแต่ 2 ขวบในช่วงของสงคราม ทำให้เค้าเติบโตพร้อมความโศกเศร้าของแม่ที่ต้องสูญเสียพ่อไป จึงได้เกิดเป็น concept "Noir" ที่นิยามตัวเค้าได้ดีที่สุด เริ่มแรกเค้าจบสาขาวิชากฎหมายก่อนที่จะเบนเข็ม มาเรียนแฟชั่น เพราะเค้ารู้สึกว่าไม่ใช่เนื่องจากเค้าเอง ช่วยแม่ตัดเย็บเสื้อผ้าที่ร้านตั้งแต่เด็ก เค้าเริ่ม collection แรก ในปี 1976 สิ่งที่เป็นเหมือนลายเซนต์ของเค้าคือ Over size และโทนสีดำ เค้ากล่าวว่าเหตุที่ต้อง Oversize เริ่มจากเค้าเห็นสภาพผู้หญิงช่วงแพ้สงคราม ผู้หญิงญี่ปุ่นส่วนหนึ่งต้องสร้างความสบายใจให้แก่ทหารอเมริกันที่เข้ามา เหมือนว่าผู้หญิงต้องแบกภาระเป็นผู้แพ้สงคราม เสื้อผ้าของเค้าจึงออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้หญิง จากสภาพอากาศ สายตาผู้ชาย รวมถึงการหยิบยกปรัชญากิโมโนญี่ปุ่นมาใช้ด้วย รวมไปถึงสีดำที่สะท้อนความโศกเศร้าที่เขาต้องเจอมาแต่เด็ก  ทั้งหมดสะท้อนทั้งวิธีคิดและความรู้สึกที่อยู่ภายในใจ ปัจจัยที่เจอตั้งแต่เด็กทำให้สร้างแบรนด์ได้เหมือนกันนะเนี่ยยยยย!!!!

 

ALEXANDER MCQUEEN

ENGLAND

เอกลักษณ์แบรนด์ : ฉีกกฎ มีความกบฎ รุนแรง ใช้ concept ตั้งแต่ โจน ออฟ อาร์ก จนถึงหญิงขายบริการ

http://www.alexandermcqueen.com/th

 

       แม้ว่า McQueen จะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ดีไซเนอร์หลายคนยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของเค้าอยู่ทุกวันนี้ เค้าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ปฏิวัติและขยายขอบเขตของวงการแฟชั่นอย่างแท้จริง เค้าเกิดในอังกฤษ คุณพ่อเป็นคนขับรถแทกซี่ และแม่เป็นอาจารย์ วัยเด็กเค้ามีความเป็นตัวของตัวเองสูง แซบซน และโดดเด่นทางด้านศิลปะ เมื่ออายุ 16 เค้าตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน และไปฝึกงานที่ร้านตัดสูทอันดับหนึ่งของอังกฤษ เค้าเคยตัดสูทให้เจ้าชายชาร์ลและปักคำหยาบคายไว้ในซับในอีกด้วย (แสบจริงๆ555) ก่อนที่เค้าจะเริ่มก่อตั้งแบรนด์ เค้าเคยได้เป็นดีไซเนอร์ให้กับ Givenchy ในปี 1996 อีกด้วย 

 

GUCCI

ITALY

เอกลักษณ์แบรนด์ : เราเชื่อว่าถ้าคุณเห็นสินค้าของ GUCCI คุณจะรู้ว่านี่คือ GUCCI !!!!

https://www.gucci.com/int/en/

 

         ด้วยความมุ่งมั่นของ Guccio Gucci ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Gucci ขึ้นมาในปี 1921 ตอนนั้นเค้าทำงานในโรงแรมในอังกฤษ เค้าได้มีโอกาสเห็นกระเป๋าเดินทางทุกวัน จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะมีกิจการร้านเครื่องหนังเป็นของตนเอง เค้าจึงตัดสินใจเดินทางกลับอิตาลี และรับช่วงกิจการต่อจากพ่อ ภายใต้แบรนด์ GUCCI และสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ และเมื่อกิจการผ่านมาจนถึงทายาทรุ่นที่ 3 PALO GUCCI เค้าต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ซึ่งไม่มีใครเห็นด้วย เค้าแตกไลน์ใหม่คือ PG ซึ่งเป็นจุดแตกหักของพ่อและลูก ถึงกับสั่งห้าม ซัพพลายเออร์ห้ามผลิตสินค้าให้กับ PALO และ PALO สิ้นสุดอำนาจบริหารใน GUCCIL อีกด้วย สุดท้าย "มาอุริชิโอ"ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องได้รับมรดกกิจการ มาบริหาร GUCCI  หลังจาการบริหารที่ย่ำแย่ของ มาอุริชิโอ ทำให้ตกทอดมาถึงทายาทรุ่นที่ 4 แม้ว่าความสำเร็จจะต้องฝ่าฝันมรสุมต่างๆกว่า 80 ปี ทุกวันนี้ GUCCI  กลับยืนหยัดได้อย่างสง่างาม

 

             อ่านประวัติกันไปพอหอมปากหอมคอกันแล้ว ความสำเร็จไม่ว่าจะขั้นไหน ต้องเริ่มด้วย "การให้ใจกับสิ่งที่รัก ให้ใจกับความฝึกฝนและมุ่งมั่นกับสิ่งนั้น และหนีไม่ได้ว่า ทุกความสำเร็จย่อมมีอุปสรรคเสมอ"  1 ในปัจจัยการเป็น Designer ที่ดีควรมีการเริ่มต้นที่ดี พื้นฐานที่ดี ใช้เวลา ฟูฟัก พัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพในตนเอง และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพราะกรุงโรม ไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ^.^

           

เพราะ JAMMER STUDIO ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนศิลปะ เท่านั้น...เราคือที่ ที่พร้อมจุดประกายไฟในตัวคุณ อยากเป็น Designer นึกถึง JAMMER STUDIO นะจ๊ะ55555

 

 

JAMMER STUDIO

 

----------------------------------- 
• สตูดิโอสอนศิลปะใจกลางสยามสแควร์ 
• อบอุ่นเหมือนพี่สอนน้อง 
• JAMMER ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนศิลปะ 
• ช่วยให้ประสบความสำเร็จในแบบที่ตัวเองเป็น 
• เราไม่ส่งเสริมให้คุณเป็นใครที่ไม่ใช่คุณ 
• เป็นตัวเอง ความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องยาก 
• สามารถขอ link ติดตามผลการเรียนได้ทุกคลาส สอนดี ไม่มีเลี้ยงไข้ 
• เอนทรานซ์ติด 98 % 
• • • • • • • • • • • • • 
www.jammerstudio.com 
IG : Jammerstudio 
FB : Jammerstudio 
LINE@ : @jammerstudio 
TEL : 085-981-2828 l 02-251-7339 

 

#jammerstudio #jammerclass #drawing #drawings #drawingoftheday#art#เรียนศิลปะ #เรียนวาดรูป #วาดรูป #วาด #วาดภาพเหมือน #วาดการ์ตูน #วาดรูปเหมือน #เรียนศิลปะมันก็คูลคูลหน่อย #เรียนศิลปะ #ไม่มีพื้นฐานก็เรียนได้

 

 

 

 

 

 

 

 

Share on Facebook